winningft-ballthai

winningft-ballthai

winningft-ballthai

winningft-ballthai TOYOTA THAI LEAGUE PREVIEW : บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด – เมืองทอง ยูไนเต็ด

ก่อนที่สองมหาอำนาจลูกหนังเมืองไทยจะโคจรมาปะทะกันอีกครั้งในยกที่ 21 วลี ‘งูเหลือมกับเชือกกล้วย’ จะคงอยู่ต่อไปหรือทลายลง นี่คือสภาพความพร้อมและข้อมูลที่น่าสนใจของบิ๊กแมตช์ครั้งนี้

บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด (1) : ปราสาทสายฟ้าของ อเล็กซานเดร กามา ยังทำผลงานในลีกได้อย่างแข็งแกร่งหลังล่าสุดบุกไปเชือด สุโขทัย เอฟซี มา 1-0 เพิ่มสถิติไม่แพ้ใครเป็นนัดที่ 44 ติดต่อกัน พร้อมแซง บางกอกกล๊าส เอฟซี ที่ออกไปพ่าย ราชบุรีฯ ขึ้นไปรั้งจ่าฝูงของตาราง ขณะที่สภาพความพร้อมจะหมดสิทธิ์ใช้งานทั้ง อานนท์ อมรเลิศศักดิ์ , กรวิทย์ นามวิเศษ , สุรีย์ สุขะ และ ชิติพัทธ์ แทนกลาง ที่ยังมีอาการบาดเจ็บเช่นเดียว ดิโอโก้ หลุยส์ ซานโต้ ดาวยิงตัวเก่งที่ไม่มีชื่อในเลกแรก คาดว่าเกมนี้พวกเขาจะยึดระบบการเล่นแนวรับ 4 รายต่อไปไล่จากขวาไปซ้ายมี นฤบดินทร์ วีรัฒโนดม , นัสตพล มาลาพันธ์ , อันเดรส ตูเญซ และ ธีราทร บุญมาทัน ส่วนมิดฟิลด์ 3 รายเป็น สุเชาว์ นุชนุ่ม , โก ซุล กิ และ จักรพันธ์ แก้วพรม แดนหน้าดัน อนาวิน จูจีน ขึ้นมาประสานงานร่วมกับ คิม ซึง ยอง และ เวสลีย์ เฟย์โตซ่า ที่คาดว่าจะได้โอกาสลงเล่นเป็นตัวจริงก่อน ไคโอะ ฟิลิปเป้

เมืองทอง ยูไนเต็ด (3) : กิเลนผยองของ ธชตวัน ศรีปาน กลับมาโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมทั้งเกมรุกและเกมรับ เมื่อล่าสุดเปิดบ้านถล่มศรีสะเกษ เอฟซี 4-0 และก่อนหน้านี้ก็บุกไปต้อน ราชนาวี ด้วยสกอร์ดังกล่าว ทำให้ 2 นัดหลังสุดในลีกยิงไปถึง 8 ประตูและไม่เสียแม้แต่ลูกเดียว ขณะที่สภาพความพร้อมเกมนี้แม้จะไร้ชื่อ อาทิตย์ ดาวสว่าง กองหลังจอมฉาวอีกหนึ่งนัด แต่ก็คงไม่มีปัญหาเมื่อ นาโออากะ อาโอยามะ แนวรับเลือดซามูไรที่หัวแตกในเกมล่าสุดยืนยันว่าพร้อมลงเล่น คาดว่าพวกเขาจะยึดผู้เล่นจากเกมที่แล้วทั้งหมดภายใต้ระบบ 4-2-1-3 หรือ 4-3-3 โดยมี กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ เฝ้าเสา แนวรับจากขวาไปซ้ายมี ทริสตอง โด , มาริโอ อบรานเต้ , นาโออากิ อาโอยะ และ พีระพัฒน์ โน๊ตชัยยา แดนกลางใช้ ธนบูรณ์ เกษารัตน์ ตัดเกมร่วมกับ สารัช อยู่เย็น แล้วให้อิสระกับ ชนาธิป สรงกระสินธ์ สร้างสรรค์เกมรุกอยู่ข้างหลังสามแดนหน้าอย่าง เคลตัน ซิลวา , ธีรศิลป์ แดงดา และ อดิศักดิ์ ไกรษร ที่เผชิญหน้าทีมเก่าอีกครั้ง

11 ผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม

บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด (4-3-3)ศิวรักษ์ , นฤบดินทร์ , นัสตพล , ตูเญซ , ธีราทร , จักรพันธ์ , โก , สุเชาว์ , อนาวิน , เวสลีย์ , คิม

เมืองทอง ยูไนเต็ด (4-2-1-3) กวินทร์ , ทริสตอง , อาโอยามะ , อบรานเต้ , พีระพัฒน์ , ธนบูรณ์ , สารัช , ชนาธิป , ธีรศิลป์ , อดิศักดิ์ , เคลตัน

รู้หรือไม่!

– ทั้งสองทีมพบกันรวมทั้งหมด 20 นัดจากทุกรายเป็น บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่มีสถิติเหนือกว่าโดยไม่เคยแพ้ แบ่งเป็น ชนะ 11 นัด และ เสมอ 9 นัด

– ผลการแข่งขันนัดล่าสุดที่พบกันเกิดขึ้นในศึกชิงถ้วย พระราชทาน ก ครั้งที่ 100 ในช่วงก่อนเปิดฤดูกาล 2016 โดย บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ยูไนเต็ด ชนะ เมืองทอง ยูไนเต็ด 3-1

– อย่างไรก็ตาม 4 ฤดูกาลหลัง (2012-2015) สำหรับการพบกันในโตโยต้า ไทยลีก เมืองทอง ยูไนเต็ด ไม่เคยบุกมาแพ้ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เลย

– บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด คว้าแชมป์โตโยต้า ไทยลีก มาแล้ว 4 สมัย (2011,2013,2014,2015) ส่วน เมืองทอง ยูไนเต็ด 3 สมัย (2009,2010,2012)

– บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และ เมืองทอง ยูไนเต็ด เป็นเพียง 2 ทีมที่เคยคว้าแชมป์โตโยต้า ไทยลีก แบบไร้พ่าย โดยปราสาทสายฟ้าทำได้ 2 สมัย (2013/2015) ส่วนกิเลนผยอง 1 สมัย (2012)

– ธีรศิลป์ แดงดา ดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลเมืองทองฯที่ 118 ประตู (รวมทุกรายการ) ไม่เคยยิง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ได้ตลอดการพบกันที่ผ่านมา

– มาริโอ ยูรอฟสกี้ เป็นนักเตะของ เมืองทองฯ ที่ยิงประตูใส่ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ได้มากที่สุด 6 ประตู แต่ปัจจุบันย้ายไปอยู่กับ แบงค็อก ยูไนเต็ด แล้ว

– ส่วน อันเดรส ตูเญซ และ ดิโอโก้ หลุยส์ ซานโต้ เป็นนักเตะของ บุรีรัมย์ ที่ยิงประตูใส่ เมืองทองฯ ได้มากที่สุด 3 ประตู แต่รายหลังไม่สามารถลงเล่นได้เนื่องจากไม่มีชื่อในเลกแรกเพราะมีอาการบาดเจ็บ

– บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด มีผู้เล่นชาวไทยเพียง 2 รายเท่านั้นที่ทำประตูใส่เมืองทองได้สำเร็จซึ่งก็คือ สุริยา ดอมไธสง และ จักรพันธ์ แก้วพรม ส่วน เมืองทอง มีรายเดียวคือ จักรพันธ์ พรใส ที่ปัจจุบันค้าแข้งกับ สุพรรณบุรี เอฟซี

– จักรพันธ์ แก้วพรม และ อดิศักดิ์ ไกรษร เป็นสองผู้เล่นปัจจุบัน ที่เคยค้าแข้งให้ทั้ง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และ เมืองทอง ยูไนเต็ด

– ส่วนผู้เล่นที่เคยค้าแข้งให้ทั้ง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และ เมืองทอง ยูไนเต็ด มีอีก 3 รายได้แก่ สุริยา ดอมไธสง , นฤพล อารมณ์สวะ และ ชิตชนก ไชยแสนสุนิรธร

– อรรถพล ปุษปาคม และ สก๊อต คูเปอร์ เป็น 2 กุนซือที่เคยผ่านการคุมทีม บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และ เมืองทอง ยูไนเต็ด

เพื่อนรักหักเหลี่ยม

เพื่อนรักหักเหลี่ยม!ต้นฝากบอกเจอย่าหวังเอาแต้มจากบุรีรัมย์

แบ็คขวาหน้าหล่อฝากข้อความถึงเพื่อนรักอย่าหวังนำกิเลนบุกมาเอาแต้มจากต้นสังกัดของเขา ในศึกบิ๊กแมตซ์ที่เตรียมพบกันวันพุธนี้ นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม แบ็คขวาของ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ฝากข้อความถึง ชนาธิป สรงกระสินธ์ จอมทัพของเมืองทอง ยูไนเต็ด ว่าอย่าหวังบุกมาเก็บแต้มจากต้นสังกัดของเขา ในศึกบิ๊กแมตซ์โตโยต้า ไทยลีก ที่เตรียมเผชิญหน้ากัน ปราสาทสายฟ้ามีคิวเปิดรังดวลกิเลนผยองวันพุธ ที่ 27 เมษายนนี้ ที่ไอ-โบาย สเตเดี้ยม เวลา 19.00 น. ซึ่ง นฤบดินทร์ ยืนยันว่าเป้าหมายของทีมอยู่ที่ 3 แต้มอยู่แล้วและการปรับระบบมาเล่นกองหลัง 4 รายก็กำลังลงตัว

“ผมว่าการเล่นระบบกองหลัง 4 คนมันก็ถือว่าโอเคและลงตัวนะ แต่ยังมีจุดเล็กๆน้อยที่ยังต้องปรับ เพราะเราเพิ่งจะมีการเปลี่ยนมาเล่นในระบบนี้ แต่ก็ถือว่าทำได้ดี และไม่เสียประตูด้วยกับเกมชนะสุโขทัย” ดาวเตะวัย 21 ปีกล่าว สมัคร winningft

“เมืองทองมีเพื่อนในทีมชาติไทยมากมาย แต่ผมก็ไม่ได้กังวลอะไร เป้าหมายของเราคือ 3 แต้มอยู่แล้ว”

“ส่วน เจ(ชนาธิป) หนะหรอครับ.. ก็อยากบอกว่า ผมกัดไม่ปล่อยนะ และอย่าหวังมาเอาแต้มจากบุรีรัมย์” นฤบดินทร์ทิ้งท้ายถึงเพื่อนรักพร้อมรอยยิ้ม

สำหรับ นฤบดินทร์ และ ชนาธิป ถือว่ามีความสนิทสนมกันเป็นอย่างดีทั้งในและนอกสนาม หลังเติบโตมาด้วยกันสมัยค้าแข้งให้กับ บีอีซี เทโรศาสน รวมถึง ทีมชาติไทยตั้งแต่ชุดเยาวชนจนถึงชุดใหญ่

แค่อดีต!พีระพัฒน์ลืม

แค่อดีต!พีระพัฒน์ลืมช็อตกังขาถ้วย ก. หวังกิเลนล้างสถิติบุรีรัมย์

แบ็คซ้ายจอมบุกหวังช่วยกิเลนล้างสถิติอันขมขื่นยามพบบุรีรัมย์ ส่วนความผิดหวังและช็อตกังขาในเกมล่าสุดที่พบกันไม่จำเป็นต้องเก็บมาคิด พีระพัฒน์ โน๊ตชัยยา แบ็คซ้ายของเมืองทอง ยูไนเต็ด ทีมอันดับ 3 โตโยต้า ไทยลีก ยืนยันว่าตนเองกำลังพุ่งสมาธิช่วยทีมลบสถิติไม่เคยชนะ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อย่างเต็มที่ ส่วนเรื่องราวทั้งหมดในศึกชิงถ้วยพระราชประเภท ก. ครั้งที่ 100 ไม่จำเป็นต้องการมาเก็บคิดแล้ว เกมดังกล่าวมีช็อตกังขาเกิดขึ้นเมื่อดูจากภาพช้าแบ็คซ้ายทีมชาติไทยทำฟาวล์ ไคโอะ ฟิลิปเป้ นอกเขต แต่วินาทีนั้นผู้ตัดสินกลับเป่าให้เป็นจุดโทษ ซึ่งส่งผลให้ทีมถูกบุรีรัมย์ทิ้งห่างเป็น 2-0 กระทั่งสุดท้ายพ่ายไป 3-1 ก่อนที่ทั้งคู่จะกลับมาพบกันอีกครั้งในศึกโตโยต้า ไทยลีก กลางสัปดาห์นี้

“บุรีรัมย์ก็ยังเป็นทีมที่แข็งแกร่ง อันดับ 1 ของลีกอยู่ดีแม้จะขาดผู้เล่นตัวหลักที่หายไปแต่ก็ยังเป็นทีมที่แข็งแกร่งครับ” แบ็คซ้ายทีมชาติไทยกล่าวกับ วีธีเล่น winningft

“สำหรับสถิติที่ผ่านมาหรือเกมที่ผ่านมา(ถ้วย ก.) ไม่ว่าจะมีปัญหาหรือจังหวะข้อกังขาใดๆก็ไม่อยากไปคิดมันแล้วครับ นี่คือเกมใหม่ ไม่อยากไปคิดเรื่องเก่าๆที่ผ่านมาก็ขอโฟกัสกับเกมที่จะถึงนี้ ต้องการทำผลงานให้ดี และสร้างสถิติใหม่ครับ”